วันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

การจับและคุมขังบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร

                กรมพระธรรมนูญ ได้ตอบข้อหารือปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการออกหมายจับและหมายขัง (ตามหนังสือที่ กห ๐๒๐๒/๑๓๓๐ ลง ๙ ต.ค.๒๕๔๕) ดังนี้
                ๑. ในคดีอาญา นับตั้งแต่วันที่ ๑๒ ต.ค.๒๕๔๕ เป็นต้นไป การจับและคุมขังผู้ต้องหาซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร ในชั้นสอบสวน เป็นอำนาจของศาลทหารที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี ในการมีคำสั่งหรือออกหมาย ตามมาตรา ๒๓๗ แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ประกอบพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พุทธศักราช ๒๔๙๘ มาตรา ๑๙ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ และมาตรา ๔๕ แล้วแต่กรณี
                ๒. กรณีที่ทหารกระทำความผิดอาญา และเป็นคดีอยู่ในอำนาจศาลทหาร ให้ตำรวจร้องขอหมายจับต่อศาลทหาร ที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และมีเขตอำนาจเหนือท้องที่ที่จะทำการจับ
                ๓. กรณีที่ผู้บังคับบัญชาทหารมิได้มารับตัวทหารผู้ต้องหา ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการปฏิบัติและประสานงานกรณีทหารถูกหาว่ากระทำความผิดอาญา พุทธศักราช ๒๕๔๔ ข้อ ๑๖(๑) ให้ตำรวจนำตัวทหารผู้ต้องหาไปยังศาลทหาร ที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งหรือออกหมายขังให้ต่อไป


                กองคดี แจ้งมาเพื่อทราบและถือเป็นแนวปฏิบัติตามนัยระเบียบดังกล่าว (ตามหนังสือ กองคดี ที่ ๐๐๐๔.๖/๑๓๒๐๕ ลง ๒๙ ต.ค.๒๕๔๕)  ดังนี้
                การยื่นคำร้องขอให้ศาลออกหมายจับและหมายค้น 

                ๑.  กรณีบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารกระทำความผิดอาญา และเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร ให้ยื่นคำร้องขอออกหมายจับ หรือหมายค้นต่อศาลทหาร ที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีหรือมีเขตอำนาจเหนือท้องที่ที่จะทำการจับหรือค้น
                ๒.  กรณีบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารกระทำความผิดอาญา และเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม ให้ยื่นคำร้องขอออกหมายจับ หรือหมายค้นต่อศาลยุติธรรม ตามระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วย แนวปฏิบัติในการออกหมายจับและหมายค้นในคดีอาญา พ.ศ.๒๕๔๕ ลง ๓ ต.ค.๒๕๔๕ 
               การยื่นคำร้องขอให้ศาลออกหมายขังระหว่างสอบสวน
               ๑. กรณีบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารกระทำความผิดอาญา และเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร ให้ยื่นคำร้องขอออกหมายขังต่อศาลทหาร ที่มีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี
               ๒. กรณีบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารกระทำความผิดอาญา และเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม จะยื่นคำร้องขอออกหมายขังต่อศาลยุติธรรม ตามระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยแนวปฏิบัติในการออกหมายขังในคดีอาญา พ.ศ.๒๕๔๕ ลง ๗ ต.ค.๒๕๔๕ ก็ได้
              ๓. การยื่นคำร้องขอให้ศาลทหารออกหมายจับ หมายค้นหรือหมายขัง ให้พึงระมัดระวังเกี่ยวกับเขตอำนาจของศาลทหารจังหวัด และศาลมณฑลทหารด้วย เนื่องจากศาลทหารไม่ได้เปิดทำการทุกจังหวัด ตามที่ปรากฏในพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตอำนาจศาลทหารจังหวัดและศาลมณฑลทหาร พ.ศ.๒๕๓๓ รวมทั้งให้คำนึงถึงหลักเกณฑ์เรื่องชั้นยศทหารตาม พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.๒๔๙๘ มาตรา ๑๙,๒๑,๒๒ ด้วย เช่น ศาลจังหวัดทหาร มีอำนาจพิจารณาคดีอาญาได้ทุกบทกฎหมาย เว้นแต่คดีที่จำเลยมียศทหารชั้นสัญญาบัตร ศาลมณฑลทหาร และศาลประจำหน่วยทหาร มีอำนาจพิจารณาคดีอาญาได้ทุกบทกฎหมาย เว้นแต่คดีที่จำเลยมียศทหารชั้นนายพล หรือเทียบเท่า เป็นต้น

                คดีที่อยู่ในอำนาจของศาลแขวง ให้พิจารณาดำเนินการตามลำดับดังนี้
                ๑. กรณีบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารกระทำความผิดอาญา และเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร ไม่ว่าคดีนั้นจะมีอัตราโทษอยู่ในอำนาจของศาลแขวงหรือไม่ก็ตาม และบุคคลนั้นจะให้การรับสารภาพหรือไม่ก็ตาม ให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยธรรมนูญศาลทหาร
                ๒. กรณีบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารกระทำความผิดอาญา และเป็นคดีที่ไม่อยู่ในอำนาจศาลทหาร เช่น คดีที่บุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารกับบุคคลที่มิได้อยู่ในอำนาจศาลทหารกระทำผิดด้วยกัน หรือคดีที่เกี่ยวพันกันกับคดีที่อยู่ในอำนาจศาลพลเรือน และเป็นคดีที่มีอัตราโทษอยู่ในอำนาจศาลแขวง หากผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อหา ให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง โดยแจ้งให้ฝ่ายทหารทราบการจับกุมและการฟ้องด้วย